“ ใครเกิดมาไม่เคยไอ ยกมือขึ้น “ คนที่จะยกมือได้คือเทพเจ้าเท่านั้นแหล่ะครับ
แพทย์แผนปัจจุบันกล่าวว่า การไอมีสาเหตุจากการขับของเสียของร่างกาย ร่วมกับเชื้อไวรัสและแบคทีเรีย
เราอาจสังเกตเชื้อเหล่านี้ผ่านทางสีของเสมหะ ที่จะเป็นสีต่างๆ เช่น สีเขียว
หรือสีเหลือง ฉะนั้นแพทย์จึงนิยมจ่ายยาแก้อักเสบหรือแก้แพ้ หากเรารับประทานยานี้เป็นประจำย่อมส่งผลต่อร่างกาย
เกิดการสะสมสารพิษ แพ้ยา แต่ไม่ต้องกังวลไปครับ เพราะแพทย์แผนไทยมีทางออกแบบไร้สารเคมีครับครับ
แผนไทยอาการไอ เกิดจากระบบน้ำ หรือทางแผนไทยเรียกว่า “เสมหะ” ทำงานบกพร่องไป และยังพยากรณ์อาการอื่น
เช่น ปวดศีรษะ ไข้ หรืออ่อนเพลียได้ จึงเป็นความชาญฉลาดของบรรพบุรุษเราที่ไม่เพียงแต่รู้จักอาการโรคและสาเหตุ
แต่ยังสามารถพยากรณ์อาการที่จะเกิดขึ้นได้อีกด้วย
การรักษา
บรรพบุรุษของเราก็ได้แต่งตำรับยาดีๆ และปลอดภัยเนื่องจากผ่านการทดสอบมาหลายชั่วอายุคนไว้มากมาย
คนส่วนใหญ่จะรู้จักไม่มาก มักรู้จักเพียงสมุนไพรเดี่ยว เช่น มะขามป้อม มะนาว นั่นเป็นการใช้ยาไทยที่ไม่ถูกต้อง
เพราะ ภูมิปัญญาไทยของเราไม่ได้มุ่งที่จะรักษาอาการที่เกิดขึ้นเพียงอย่างเดียว
แต่ท่านยังมีจุดประสงค์ที่จะป้องกันอาการที่เกิดขึ้นอีกด้วย ปัจจุบันทางรัฐได้นำตำรับยาเหล่านี้มาบรรจุในบัญชียาหลักแห่งชาติหมวดสมุนไพร ตำรับที่เกี่ยวข้องกับการรักษาอาการไอ มีอยู่ทั้งสิ้น
7 ตำรับ ได้แก่ ยาแก้ไอผสมกานพลู ยาแก้ไอผสมมะขามป้อม
ยาแก้ไอผสมมะนาวดอง ยาแก้ไอพื้นบ้านอีสาน ยาตรีผลา ยาประสะมะแว้ง
ยาอำมฤควาที
แต่หากใครมีอาการเพียงเล็กน้อย
อยากบรรเทาอาการนี้ด้วยตนเอง ผมแนะนำสูตรง่ายๆ ครับ คือ การใช้น้ำผึ้งผสมมะนาว น้ำผึ้งมีรสเปรี้ยวช่วยขับเสมหะ
แต่อาจส่งผลคืออาจทำให้คอแห้ง ขาดความชุ่มชื้น
บรรพบุรุษของเราจึงได้เพิ่มเติมน้ำผึ้งซึ่งมีรสหวาน และมีฤทธิ์สมานแผล
เพื่อให้ได้ผลเต็มประสิทธิภาพ วิธีการทานคือ บีบมะนาวลงในน้ำผึ้งดื่มครั้งละ 2
ช้อนโต๊ะ ก่อนอาหาร 3 เวลา เท่านี้ อาการก็จะดีขึ้นแล้วครับ
พทป.ศุภกฤติ จันทร์วิจิตร

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น